แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ดื่มกาแฟทุกวันทำให้ความจำดีขึ้น

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


ดื่มกาแฟทุกวันทำให้ความจำดีขึ้น
ผลวิจัยพบว่า คาเฟอีน มีประโยชน์มากกว่าการกระตุ้นสมองให้ตื่น และมันยังสามารถเพิ่มความจำที่ดีขึ้น หากบริโภคคาเฟอีนในปริมาณที่น้อยเกินไปก็จะไม่ส่งผล

ไม่ควรกินผลไม้หลังจากกินอาหารทันที

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


ไม่ควรกินผลไม้หลังจากกินอาหารทันที
ควรใช้เวลา 3-4 ชม. ในการย่อย เมื่อเรากินผลไม้ลงไปทันที 
ผลไม้จะไปปสมกับอาหารที่รอการย่อย จึงทำให้เกิดการหมักบูด 
เกิดแก๊ส แน่นจุก

ลำไส้ของคนมีความยาวมากกว่าร่างกาย 10-12 เท่า

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ลำไส้ของคนมีความยาวมากกว่าร่างกาย 10-12 เท่า 

เพราะพืชและผลไม้จะเน่าเสียช้า จะผ่านการย่อยและดูดซึมเข้าผ่านลำไส้ได้ตามปรกติ ไม่มีความจำเป็นต้องรีบเร่งถ่ายออก 

ในขณะที่สัตว์กินพืช มีความนาวแค่ 3 เท่า เพื่อง่ายต่อการขับถ่าย เนื่องจากเนื้อที่กินเข้าไป จะเน่าง่าย

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อาการเจ็บส่วนต่างๆบอกถึงอะไร

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา



อาการเจ็บส่วนต่างๆบอกถึงอะไร

เจ็บต้นคอร้าวแขน เกิดจากเส้นประสาทต้นคอถูกกดทับหรือบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ

เจ็บแขนร้าวปลายมือ เกิดจากพังผืดไปทับเส้นประสาทหรือศูนย์รวมประสาทที่ต้นคอ

ปวดศรีษะร้าวต้นคอ เกิดจากกล้ามเนื้อเกร็งตึงเวลามีความเครียด

ปวดหลังร้าวลงขา เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เจ็บอกวิ่งไปแขนซ้าย มักเกี่ยวกับโรคหัวใจขาดเลือด

ไอแล้วปวดลงก้นกบ เฝ้าระวังโรคหมอนรองกระดูกทับเส้น

เจ็บท้องน้อยร้าวลงหน้าขา ผู้หญิงให้ระวังอุ้งเชิงกรานอักเสบ ส่วนผู้ชายให้ระวังนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ

เจ็บท้องส่วนอื่นๆและร้าวทะลุหลัง อาการเจ็บหน้าไปหลังเช่นนี้ถ้าเป็นที่ตับ คือด้านบนขวาให้นึกถึงถุงน้ำดีที่อาจไม่ดีสมชื่อ เพราะนี่คือสัญญาณนิ่วในถุงน้ำดี หรือถุงน้ำดีอักเสบ ถ้าเจ็บตรงกลางมีไข้สูงให้นึกถึงตับอ่อนอักเสบแบบเฉียบพลัน

เจ็บบั้นเอวแถวสีข้าวร้าวลงขา ยิ่งถ้าเจ็บด้านใดด้านหนึ่ง ให้นึกถึงก้อนนิ่วในกรวยไตหรือท่อไต

เจ็บตามผื่นแล้วร้าวลงเส้นประสาท การที่มีผื่นเป็นปุ่มน้ำใสแล้วมีอาการแสบร้อน เคยมีประวัติโรคเริม งูสวัด ให้ระวังอาการปวดร้าวไปตามปลายประสาท แม้ไม่มีผื่นแล้วอาจทิ้งอาการแสบร้อนไว้ได้บางรายเจ็บแสบอยู่ตามแนวเส้นประสาทเป็นครั้งคราว
 

ขอขอบคุณเนื้อหาและข้อมูล เดลินิวส์ออนไลน์

ผลไม้ที่กินแล้วอายุยืนยาวและไม่อ้วน


ผลไม้ที่กินแล้วอายุยืนยาวและไม่อ้วน

เช่น กีวี ,มะเขือเทศ, มะละกอ , อะโวกาโด , สับปะรด


ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ เช่น สตอเบอร์รี่,แบลคเบอร์รี่
แครนเบอร์รี่,ผลไม้ตระกูลส้ม , แอปเปิ้ล


กีวี -มีสารแอกทินิดีน 
ที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทำให้หัวใจแข็งแรง
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


มะเขือเทศ
ช่วยลดความเสียง
จากมะเร็งและโรคหัวใจ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


มะละกอ
ช่วยย่อยอาหาร
และโปรตีน
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา




อะโวกาโด
ช่วยยับยั้งสารก่อมะเร็ง
ได้ถึง 30 ชนิด
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา




สับปะรด
ช่วยต้านเชื้อไวรัส
และแบคทีเรีย
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา



ผลไม้จำพวกเบอร์รี่ 
เช่น สตอเบอร์รี่ แบลคเบอร์รี่ 
ดีต่อระบบไหลเวียนโลหิต

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


แครนเบอร์รี่
ช่วยป้องกันนิ่วในไต 
ต้านเชื้อไวรัส
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


ผลไม้ตระกูลส้ม
ช่วยลดคอเลสเตอรอล 
และไขมันในเส้นเลือด
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

แอปเปิ้ล
ช่วยทำความสะอาด
ระบบย่อยอาหาร
ภาพประกอบไม่เกี่นยวกับเนื้อหา

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ต้มเลือดหมูเป็นอาหารมื้อเช้าที่ดีต่อสุขภาพ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ต้มเลือดหมูเป็นอาหารมื้อเช้าที่ดีต่อสุขภาพ

   มีประโยชน์มากมาย มีธาตุเหล็กที่เป็นประโยชน์สำคัญต่อร่างกาย 
หากร่างกายของเรานั้นขาดธาตุเหล็ก กระบวนการฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดงก็เกิดขึ้นน้อยหรือไม่เกิดขึ้นเลย 

ทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว 

โดยเฉพาะเด็กจะมีพัฒนาการของสมองช้า ไม่เจริญเติบโต เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองน้อย ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ลดลง 

ผู้ใหญ่ที่ขาดธาตุเหล็ก ร่างกายมักจะอ่อนเพลีย ผิวพรรณซีด เวลาเปิดเปลือกตาจะเป็นสีขาว เพราะไม่มีเลือดไปเลี้ยง 

ผู้ที่มีธาตุเหล็กสมบูรณ์จะมีเลือดฝาดดี มีการวิจัยพบว่าคนที่ขาดธาตุเหล็กประสิทธิภาพในการทำงานจะน้อยลง ทำให้เจ็บป่วยบ่อย อาหารที่มีธาตุเหล็ก ส่วนใหญ่จะเป็นจำพวก ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ ตับสัตว์ เลือดหมู ไก่ เป็ด นม และต้มเลือดหมู มีธาตุเหล็กสูงมาก

ที่มา GotoKnow โดย Pundit

อาการติดหวาน Sugar dependency

อาการติดหวาน Sugar dependency

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

เมื่อไหร่ที่ได้รับความหวานไม่เพียงพอ ก็จะเกิดอาการหงุดหงิด ฉุนเฉียว โมโหง่าย เฉื่อยช้า หัวไม่แล่น ซึมเศร้า หดหู่ หม่นหมอง เครียด สมองทำงานไม่ดี 

***โดยเฉลี่ยแล้ว ร่างกายต้องการน้ำตาลเพียง 6 ช้อนชา 
  หรือ 24 กรัม ต่อวันเท่านั้น

น้ำตาลสามารรถรักษาบาดแผลได้

น้ำตาลสามารรถรักษาบาดแผลได้

ภาพประกอบไม่เกียวกับเนื้อหา

    งานวิจัยจากโรงพยาบาลเซลลี่ โอ๊ก ในเบอร์มิ่งแฮม 
ระบุว่าการโรยน้ำตาลทรายป่นลงบนแผล แผลกดทับ ก่อนที่จะทำแผลจะช่วยฆ่าแบคทีเรียทำให้ไม่เกิดแผลเรื้อรัง เพราะน้ำตาลได้ดึงเอาแบคทีเรียในแผลไป 
บาดแผลก็จะหายเร็วขึ้น  โดยน้ำตาลที่โรยลงไปบนแผล จะดึงน้ำออกจากแผล      
เพราะแบคทีเรียต้องการน้ำในการดำรงชีพ 
    
      ***เมื่อน้ำในแผลน้อยลง แบคทีเรียจะลดการขยายตัวและอดตาย ทำให้ลดการติดเชื้อ และยังช่วยเพิ่มอัตราเร่งในการรักษาแผลให้ดีขึ้นได้อีกด้วย


ที่มา : Smart SME

วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

ของแสลงสำหรับ 10 โรค

ของแสลง ก็คือบรรดาอาหารที่ไม่ถูกกับโรคทั้งหลาย แต่บางทีก็ทำให้เรางงเหมือนกันว่าเกี่ยวกันยังไง แต่ของอย่างนี้ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ เพราะขึ้นชื่อว่าภูมิปัญญาชาวบ้านแล้วไซร้ ฟังหูไว้หูก็ดีเหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 10 โรคที่จะกล่าวถึงต่อไปนี้



ไข้หวัด มีไข้สูง

ควรหลีกเลี่ยงอาหารไม่สุก อาหารที่เย็นมาก ๆ อาหารทอด อาหารมัน ซึ่งเป็นอาหารที่ย่อยยาก จะทำให้เกิดความร้อนสะสม เปรียบเสมืออาหารเชื้อเพลิง หรือเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในกองไฟ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

โรคกระเพาะ

ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์ ชาแก่ ๆ กาแฟ ของเผ็ด ของทอด ของมัน เพราะอาหารเหล่านี้ ทำให้เกิดความร้อนสะสม ทำให้โรคหายยาก ทางที่ดีควรจะรับประทานอาหารปริมาณน้อย ๆ แต่บ่อยครั้ง รับประทานอาหารให้ตรงเวลา และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

โรคความดันเลือดสูง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่มักมีปัญหาเลือดแข็งตัว ขาดความยืดหยุ่น ควรหลีกเลี่ยงอาหารมัน อาหารที่มีคอเรสเตอรอลสูง เช่น หมูสามชั้น ไขกระดูก ไข่ปลา โกโก้ รวมทั้งเหล้า เพราะอาหารเหล่านี้ทำให้เกิดความร้อนชื้นสะสมในร่างกาย และความชื้นก็มีผลก็ทำให้เกิดความหนืดของการไหลเวียนทุกระบบในร่างกาย และความร้อนก็จะไปกระตุ้นทำให้ความดันสูง นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเผ็ด หรืออาหารหวานมาก รวมทั้งผลไม้อย่างลำไย ขนุน และทุเรียน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

โรคตับและถุงน้ำดี

หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อาหารมัน เนื้อติดมัน เครื่องในสัตว์ อาหารทอด อาหารหวานจัด เพราะแพทย์จีนถือว่า ตับและถุงน้ำดีมีความสัมพันธ์กับระบบย่อยอาหาร การได้อาหารประเภทดังกล่าวมากเกินไป จะทำให้สมรรถภาพของการย่อยอาหารอ่อนแอลงและเกิดโทษต่อตับและถุงน้ำดีอีกต่อหนึ่ง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

โรคหัวใจและโรคไต

ควรหลีกเลี่ยงอาหารรสเค็มจัดเพราะจะทำให้มีการเก็บกักน้ำ การไหลเวียนเลือดจะช้า ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น ไตต้องทำงานขับเกลือแร่มากขึ้น ส่วนอาหารรสเผ็ดก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะทำให้กระตุ้นการไหลเวียนสูญเสียพลังงาน และหัวใจก็ทำงานหนักขึ้นเช่นกัน
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

โรคเบาหวาน

หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน หรือแป้งที่มีแคลอรี่สูง เช่น มันฝรั่ง มันเทศ ควรรับประทานอาหารพวกถั่ว เช่นเต้าหู้ นมวัว เนื้อสันไม่ติดมัน ปลา ผักสด
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

นอนไม่หลับ

หลีกเลี่ยงชา กาแฟ รวมทั้งการสูบบุหรี่ เพราะอาหารเหล่านี้ มีฤทธิ์กระตุ้นประสาท ทำให้ไม่ง่วงนอน หรือนอนไม่หลับสนิท

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

โรคริดสีดวงทวาร หรือท้องผูก

หลีกเลี่ยงอาหารประเภทหอม กระเทียม ขิงสด พริกไทย พริก เพราะอาหารเหล่านี้อาจทำให้ท้องผูก หลอดเลือดแตก และอาการริดสีดวงทวารกำเริบ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ลมพิษ ผิวหนังอักเสบ หรือโรคหอบหืด
ควรหลีกเลี่ยงเนื้อแพะ เนื้อปลา กุ้ง หอย ปู ไข่ นม และอาหารรสเผ็ด เพราะจะไปกระตุ้นและทำให้อาหารผิวหนังกำเริบ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

สิว หรือต่อมไขมันอักเสบ

งดอาหารเผ็ดและมัน เพราะทำให้เกิดการสะสมความร้อนชื้นของกระเพาะอาหาร ม้าม มีผลต่อความร้อนชื้นไปอุดตันพลังของปอด ควบคุมผิวหนัง ขน ตามร่างกาย ทำให้เกิดสิว
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา



ขอขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก 
โรงพยาบาลรวมแพทย์ทุ่งสง

ที่มา club.sanook

วันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ประโยชน์ของมะเขือยาว

ประโยชน์ของมะเขือยาว

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

- ถ้าเผลอกินเห็ดพิษเข้าไป แค่คว้ามะเขือยาวดิบมาเคี้ยวจะช่วยถอนพิษได้

- สำหรับคนที่มีไข้ มีอาการปวดบวมตามร่างกาย
  หรืออยากจะลดไขมันในเส้นเลือด มะเขือยาวจัดให้คุณได้

- อุดมไปด้วยวิตามินทุกชนิด แคลเซียม ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส ซิงค์ แมงกานีส
  แมกนีเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระอีกเพียบ จึงบำรุงสุขภาพ สมอง ป้องกัน
  มะเร็งบำรุงกระดูกและฟัน

- คนที่เป็นโรคหลอดเลือดแข็งตัว ความดันโลหิตสูง อาเจียนเป็นเลือด
  ควรทานมะเขือยาวเป็นประจำ อาการที่เป็นจะดีขึ้น

- ป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน

- ถ้ามีแผลในปาก ให้ตำมะเขือยาวให้แหลกแล้วพอกบนแผลเนื้อเยื่อบริเวณนั้น
   จะสมานตัวอย่างรวดเร็ว



ที่มา...Spicy

วันพุธที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

8 สุดยอดอาหารเสริมเซ็กส์


8 สุดยอดอาหารเสริมเซ็กส์

1. กล้วย
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา



   ผลไม้พื้นบ้านธรรมดาที่หาได้ง่ายๆ ตามตลาดทั่วไป อ่ะๆ อย่าดูถูกเจ้าผลไม้ดึกดำบรรพ์ผลสีเหลืองสวยนี้เป็นอันขาดเชียวนะ เพราะนอกจากแป้งและน้ำตาลที่ให้พลังงานอย่างดีแล้ว กล้วยนั้นยังมีคุณประโยชน์ในเรื่องเซ็กส์มากอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว ในผลกล้วยอุดมไปด้วยแร่ธาตุ โปแตสเซียม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท และโปแตสเซียมยังมีส่วนในเรื่องช่วยการทำงานของหัวใจ และความดันโลหิตให้เป็นปกติด้วย นอกจากนี้กล้วยยังเป็นที่รวมของวิตมินบี 6 ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำหน้าที่ของสารสื่อประสาทในสมองช่วยให้สมองสั่งการได้ดีขึ้น

   กล้วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวย ช่วยคลายความเหนื่อยล้าจากการทำงาน ความเครียดในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลทำให้เรื่องบนเตียงกับคนรักของคุณราบรื่นอีกด้วย กลับมาจากที่ทำงานหรือออกไปเผชิญรถติดนอกบ้าน ลองรับประทานกล้วยสดแช่เย็นสักผล หรือจะสร้างสรรค์ทำเป็นเครื่องดื่มกล้วยปั่นเย็นๆ ซักแก้ว แล้วคุณจะรู้สึกดีขึ้นได้อย่างง่ายๆ เลยทีเดียว แต่ระวังเรื่องนมกับน้ำเชื่อมเพิ่มแคลอรีในมื้อเย็นนะครับจะกลายเป็นอ้วนไป



2. มะเดื่อ
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

   ตามความเชื่อของชาวกรีกโบราณนั้น เชื่อกันว่ามะเดื่อเป็นอาหารที่เพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้อย่างมาก 
ซึ่งจากความเชื่อนี้นักวิทยาศาสตร์ ในปัจจุบันได้ทำการศึกษาแล้วพบว่า ในมะเดื่อนั้นมีสารไนอะซีนอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าสารไนอะซีนตัวนี้จัดอยู่ในกลุ่มวิตามินบี ซึ่งไนอะซีนมีสารเคมีสองชนิดคือ 
กรดนิโคตินามิก และ ทริปโทแฟน เป็นวิตามินที่เป็นส่วนประกอบของโคเอนไซม์ ที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งไฮโดรเจน การลดปริมาณโคเลสเตอรอล ซึ่งทำให้ไนอะซีนเป็นสาระสำคัญ 
ในการช่วยในเรื่องระบบการไหลเวียนโลหิตในร่างกาย
   ยังไม่หมดแค่นั้น เจ้ามะเดื่อยังมีสาระสำคัญอีกอย่างนึงก็คือ แมกนีเซียม ซึ่งมีส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนต่างๆ (รวมถึงฮอร์โมนเพศด้วย) และยังช่วยในเรื่องการทำงานของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกายด้วย ดังนั้น ก็ไม่ต้องกังวล เมื่อถึงเวลากิจกรรมของคุณกับคู่รักอีกแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นคุณผู้ชายที่
ต้องการเลือดไปเลี้ยงเจ้าหนูคู่กาย หรือแม้แต่เมื่ออัตราการหายใจที่ทั้งเร่ง เร็ว และแรง ในขณะที่ปฏิบัติการ ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอาการหายใจไม่ทัน หรือหมดแรงสู้กระทันหันอีกต่อไป


3.หน่อไม้ฝรั่ง
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
   ผักชนิดนี้เรารู้จักกันเป็นอย่างดี หาซื้อง่าย เป็นส่วนประกอบในอาหารประจำวันของคนไทย นอกจากความอร่อยแล้ว คุณประโยชน์ในด้านสมรรถภาพทางเพศทำให้มองข้ามไปไม่ได้เลย เพราะในหน่อไม้ฝรั่งมีสารไนอะซีนซึ่งเหมือนกับมะเดื่อ และที่สำคัญโดยเฉพาะสำหรับคุณผู้ชายคือ สารกลูตาไธโอน ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดในแง่ทำให้ผิวขาว แต่ในหน่อไม้ฝรั่งนั้น สารกลูตาไธโอนจะทำหน้าที่ร่วมกับวิตามินซีช่วยให้สเปิร์มตื่นคือทำให้เสปิร์มมีความตื่นตัวมากขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการปฏิบัติการกระทั่งสู่การปฎิสนธิ

   ทีนี้คุณผู้ชายทั้งหลายหรือแม้แต่คุณภรรยาที่บ้าน ต้องหันมาให้ความสำคัญกับเจ้าผักฝรั่งสัญชาติไทยตัวนี้กันมากขึ้น เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าความเครียดทั้งจากการทำงาน และสภาพแวดล้อมในปัจจุบัน หรือแม้แต่ความร้อนจากการอบลูกอัณฑะอยู่ในกางเกงเป็นเวลานานๆ ล้วนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปริมาณและคุณภาพของสเปิร์มลดถอยลงเป็นอย่างมาก



4.ถั่วบราซิล
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

   อันนี้อาจไม่คุ้นเคยซักเท่าไหร่ แต่เจ้าถั่วเม็ดจิ๋วนี้มีความพิเศษอย่างไม่น่าเชื่อเลยทีเดียว เพราะในถั่วบราซิลนั้น อุดมไปด้วยสารเซเลเนียม ซึ่งถือกันว่าเป็นแหล่งของเซเลเนียมชั้นยอด สารเซเลเนียมนี้มีส่วนสำคัญที่ช่วยทำให้สเปิร์มของคุณผู้ชายแข็งแรง และว่ายน้ำได้เร็วขึ้น โดยมีรายงานกล่าวอีกว่ายังช่วยเพิ่มจำนวนสเปิร์มให้มากขึ้นด้วย นั่นหมายถึงโอกาสการมีลูกสูงขึ้นนั่นเอง
   นอกจากนี้ ในถั่วบราซิลยังมีวิตามินอี ช่วยให้ผิวของเจ้าสเปิร์มแข็งแรง และหลุดรอดจากการทำลายของอนุมูลอิสระภายในร่างกายของเราด้วย อันนี้ก็นับเป็นข่าวดีของคุณผู้ชายทั้งหลาย ที่คิดว่าเริ่มมีปัญหาหรือมีความเสี่ยงที่จะมีเจ้าตัวสเปิร์มน้อย ทางเลือกในการการบำรุงด้วยถั่วบราซิลก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจเลยทีเดียว



5.แครอท
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

 ไม่มีใครไม่รู้จัก ก็อย่างที่รู้ๆ กันก็คือ แครอทมีสารเบต้าแคโรทีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อันเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งแล้ว เจ้าสารเบต้าแคโรทีนนี้ยังมีส่วนช่วยเรื่องเซ็กส์ด้วย ทั้งชายและหญิง
   สำหรับผู้ชายนั้นสารเบต้าแคโรทีน มีส่วนช่วยให้ตัวสเปิร์มมีปริมาณมากและแข็งแรงขึ้น สำหรับผู้หญิง เจ้าสารตัวนี้มีส่วนในการเสริมสร้างฮอร์โมนเพศตัวสำคัญ คือ โปรเจสเตอโรนทำให้สภาพผนังมดลูกมีความเหมาะสมในการฝังตัวของไข่ เห็นสรรพคุณแล้วเรียกได้ว่าได้ประโยชน์หลายสถานจริงๆ แถมกินได้ทุกเพศทุกวัน 
ไม่จำกัดจำนวน และไม่ต้องห่วงแคลอรีด้วยครับ



6.แอปพลิคอท
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

   ลูกสีส้มๆ กลมๆ นอกจากจะอร่อยแล้ว ยังมีประโยชน์ในการบำรุงสมรรถภาพทางเพศของคุณผู้หญิงอย่างไม่น่าเชื่อ สาวๆ ที่กำลังจะเป็นเจ้าสาวและวางแผนที่จะเป็นแม่คนในเร็ววันอ่านไว้นะ แอปพลิคอทมีสารเบต้าแคโรทีนและแมงกานีสสูง ซึ่งสารสองตัวนี้ส่งผลให้ผู้หญิงเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิได้สูงขึ้น คือ
คุณจะมีโอกาสตั้งครรภ์ได้มากขึ้นนั่นเอง เพราะสารทั้งสองตัวนี้มีส่วนสำคัญในการสร้างฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับร่างกาย ทำให้ร่างกายพร้อมรับการตั้งครรภ์ได้ดีขึ้น
   ถ้าร่างกายขาดแมงกานีสหรือได้รับไม่เพียงพอ อาจจะทำให้การทำงานของระบบสืบพันธุ์ผิดปกติได้ ทั้งยังก่อให้เกิดประจำเดือนมาไปเป็นปกติอีกด้วย



7.หอยนางรม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

   หลายคนคงพอทราบมาบ้างว่าหอยนางรมเป็นอาหารที่เกี่ยวข้องกับสมรรถภาพทางเพศ เพราะมีแร่ธาตุสังกะสีสูงนั่นเอง ซึ่งสังกะสีช่วยทำให้สเปิร์มเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น เท่ากับช่วยเพิ่มโอกาสการมีลูกนั่นเอง นอกจากนี้สังกะสียังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดต่อมลูกหมากบวมอักเสบ ซึ่งถ้าเกิดกับชายใดก็จะอาจมีผลกระทบต่อสมรรถภาพเพศได้เช่นกัน แต่หอยนางรมนอกจากจะมีสังกะสีสูงแล้ว ยังมีโคเลสเตอรอลสูงด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คือสาเหตุที่ก่อให้เกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือดและหัวใจได้ หากรับประทานมากเกินไป
   นอกจากนี้ จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่าในหอยนางรมดิบอาจมีเชื้อโรค Vibrio Vulnificus ซึ่งมีอยู่ในแหล่งน้ำบางแห่ง ส่วนแหล่งน้ำในประเทศไทยนั้น ยังไม่มีรายงานแน่นอนว่ามีการระบาดของเชื้อชนิดนี้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม ก็ระวังกันด้วยนะ เพราะถ้าอาหารเป็นพิษขึ้นมา นอกจากจะไม่ปึ๋งปั๋ง หมดเรี่ยวแรงแล้ว ยังต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มในโรงพยาบาลอีกก็เป็นได้



8. ปลาทะเล
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

   เป็นอาหารที่มีประโยชน์มาก เพราะเป็นแหล่งโปรตีนและไขมันชั้นดีคือ กรดโอเมก้า 3 ซึ่งนอกจากจะช่วยบำรุงสมองแล้ว ที่สำคัญยังมีส่วนช่วยในเรื่องสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย
   กรดโอเมก้า 3 ในปลาทะเลเป็นสารอีกชนิดหนึ่งที่สร้างสารคล้ายฮอร์โมนชื่อ พลอสตาแกลนดิน ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบประสาทในด้านการตอบสนองทางเพศ และเคยใช้เป็นสารที่ใช้ฉีดเฉพาะที่ในชายที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยให้ผนังเส้นเลือดคลายตัว ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศได้ดีขึ้น
   ได้ฟังประโยชน์ของโอเมก้า 3 เพิ่มขึ้นอย่างนี้แล้ว ก็ลองหันมารับประทานปลาทะเลแทนเนื้อสัตว์อื่นๆ ดู เพราะปลาเป็นอาหารที่ย่อยง่าย รับประทานเป็นมื้อเย็นก็ดี กำลังสบายท้อง
   อยากจะฝากข้อคิดเกี่ยวกับเรื่องเพศให้คุณผู้อ่านลองนำไปให้ในชีวิตประจำวัน … พยายามใส่ใจกับความเครียดของตัวเองและคนรักให้มากๆ เพราะเซ็กส์ที่ดีนั้นจะเกิดขึ้นได้ เมื่อทั้งสองฝ่ายรู้สึกผ่อนคลาย ไม่เครียด ไม่เหนื่อยล้าจนเกินไป อย่าลืมอีกเรื่องที่สำคัญ ต้องออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง เพราะร่างกายที่แข็งแรงนั้นจะทำให้คุณพร้อมสำหรับปฏิบัติการได้อย่างสมบูรณ์แบบ ราบรื่น และที่สำคัญช่วยให้คุณจัดการความเครียดได้ง่ายๆ ด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก ไอเอ็นเอ็น  
ที่มา : นิตยสาร Health Toda
ขอบคุณภาพจากกูเกิ้ล

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ข้อดีของน้ำมะพร้าวอ่อน…


ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ข้อดีของน้ำมะพร้าวอ่อน…

             ช่วยลดอาการก่อนมีรอบเดือน ของสตรีวัยเจริญพันธุ์เช่นอาการปวดศีรษะ  ปวดท้องน้อย
ถ้าทานน้ำมะพร้าว พร้อมกับเนื้อ ร่างกายจะได้ทั้งเอสโตรเจน และโปรเจสติน ซึ่งจะไปออกฤทธิ์ ต้านฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้สิวลดลง ผิวพรรณเรียบเนียน แลดูสุขภาพผิวดีขึ้น
เหมาะสำหรับวัยรุ่นที่เป็นสิว ช่วยตับทำลาย “เอสโทรน” (estrone) ซึ่งเป็นสารที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ให้กลายเป็นสาร  “เอสไทรออล” (estriol) ซึ่งถือว่าเป็นรูปเอสโตรเจนที่ปลอดภัยที่สุด  คนที่รับประทานน้ำมะพร้าวอ่อนสามารถป้องกันมะเร็งเต้านมได้
เพราะทานน้ำมะพร้าวอ่อนจะช่วยรักษาสมดุลเอสโตรเจนได้ ลดอาการ ร้อนวูบวาบ เหงื่อออกกลางคืนในสตรีวัยหมดประจำเดือน

             นอกจากนี้  น้ำมะพร้าวยังเอาไว้ล้างหน้าที่สดใสเปล่งปลั่งได้เนื่องจาก น้ำมะพร้าวประกอบไปด้วยเกลือแร่ และยังเป็นกรดอ่อนๆ ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้สดใสอยู่เสมอ
สำหรับสาวๆ ที่ชอบสปา  อาบน้ำแร่  หันมาอาบน้ำมะพร้าวก็ได้นะ เพราะน้ำมะพร้าวอ่อนมีฮอร์โมน แถมยังซึมเข้าสู่ผิวได้ดีอีกด้วย  อาบบ่อยๆผิวพรรณจะเต่งตึง สวยเหมือนสาวยุค 2010
ข้อควรระวัง…
           
            สำหรับวัยรุ่น  ถ้าจะทานน้ำมะพร้าวอ่อน ไม่ควร รับประทานขณะมีประจำเดือน เพราะอาจทำให้มีไข้เนื่องจากน้ำมะพร้าว  เป็นสารอาหารที่ให้พลังงานสูง     และจะทำให้ประจำเดือนมานานวันเพิ่มขึ้น  ควรงดก่อนมีประจำเดือนสัก 5 วันนะครับ



ขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.gotoknow.org

วันอังคารที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2556

กระหล่ำปลีช่วยลดความอ้วนได้

ภาพประกอยไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

กระหล่ำปลีช่วยลดความอ้วนได้

มีประประโยชน์และสรรพคุณมากมาย
ในกระหล่ำปลีจะมีกรดทาร์ทาริกช่วยยับยั้งแป้งและน้ำตาลไปเป็นไขมัน มีวิตามินซีสูงช่วยทำให้หายจากไข้หวัดได้เร็วขึ้น ทำให้ฟันและเหงือกแข็งแรง ป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน ในกระหล่ำปลีมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส เสริมสร้างกระดูกของเด็กและคนชรา ช่วยป้องกันมะเร็งช่องท้องได้ มีไยอาหารช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ลดโอกาสการเป็นมะเร็งลำไส้ในผู้ชาย ช่วยย่อยอาหารและล้างพิษ สารซัลเฟอร์ในกระหล่ำปลีช่วยระงับประสาทจึงทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ทำให้นอนหลับสบาย กระหล่ำปลีสร้างน้ำคัดหลั่งเคลือบผิวจึงป้องกันไม่ให้เกิดกรดในกระเพาะอาหาร ต้านทานการอักเสบในกระเพาะอาหาร ลอกใบกระหล่ำปลีออก นำมาประคบที่เต้านม ใช้ผ้าพันทิ้งไว้ 20 นาที บรรเทาอาการปวดตึงและคัดเต้านม

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โรคไบโพล่าร์

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา



โรคอารมณ์แปรปรวน

           โรคไบโพลาร์ (Bipolar) เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางด้านเรื่องอารมณ์ กลุ่มเดียวกับโรค ซึมเศร้า โรคซึมเศร้านั้นคือ โรคอารมณ์ที่ชัดเจน ที่มีอารมณ์เบื่อเศร้า แต่โรคไบโพลาร์ จะมีลักษณะ ที่มีอารมณ์ช่วงหนึ่งจะมีลักษณะครื้นเครง รื่นเริง สนุกสนานสลับกับอารมณ์ซึมเศร้าอีกช่วงหนึ่ง 

           โรคนี้มีหลายชื่อ เช่น โรคอารมณ์แปรปรวน , manic-depressive disorder, bipolar affective disorder, bipolar disorder ในปัจจุบันชื่อเป็นทางการคือ โรคไบโพล่าร์ (bipolar disorder) ลักษณะสำคัญของโรคนี้คืออาการผิดปกติของอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นแบบซึมเศร้า (depression) หรือตรงข้ามกับซึมเศร้าคืออารมณ์ดีผิดปกติ (mania) ก็ได้ 

           โรคไบโพล่าร์นั้นมักเริ่มเป็นก่อนวัยกลางคน บางรายเริ่มเป็นตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี แต่ก็มี บางรายที่มาเริ่มเป็นหลังอายุ 40 ปีได้ โรคไบโพล่าร์เป็นโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมมาเกี่ยวข้อง ค่อนข้างมากโดยพบว่าเมื่อลองถาม ประวัติให้ดีๆมักจะพบว่ามีคนอื่นบางคนในวงศ์ญาติป่วยเป็น โรคไบโพล่าร์และลูกหลานของผู้ที่ป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์มีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์ได้ มากกว่าคนทั่วไป 

อาการของโรค


        อารมณ์ดีในลักษณะที่ผิดปกติ เรียกว่า mania หมายถึงอารมณ์ดีมากเกินกว่าปกติที่ควรจะ เป็น และมักจะไม่มีเหตุผลหรือไม่สมเหตุสมผล อาจจะมีปัญหากระทบกระเทือนต่อหน้าที่การงาน อารมณ์ดีจนกระทั่งตัดสินใจในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ช่วงที่มีอารมณ์ดีจะช่างพูดช่างคุย คุยได้ไม่หยุด และ ไม่ชอบให้ใครมาขัดจะเกิดอารมณ์หงุดหงิด แล้วถึงขั้นใช้อารมณ์ก้าวร้าวได้  

        ผู้ป่วยบางคนกลางคืนไม่ยอมหลับ ไม่ยอมนอน อยากเที่ยวกลางคืน ใช้จ่ายเงินมาก มี อารมณ์ทางเพศมากขึ้น สำส่อนทางเพศ อารมณ์ดีที่มากเกินปกติและไม่สมเหตุสมผล ที่เป็นมากขึ้น ต่อเนื่องยาวกว่าหนึ่งอาทิตย์ แล้วก่อให้เกิดปัญหาคือ จุดที่ควรสงสัยว่าคนนั้นอาจเป็นโรคไบโพลาร์ ความหมายของไบโพลาร์ไม่จำเป็นต้องสลับกับช่วงซึมเศร้า บางคนเป็นโรคนี้ อยู่ช่วงหนึ่งอาจจะ ประมาณ 4-6 เดือนอาจจะสามารถกลับคืนเป็นปกติได้เองโดยไม่ต้องรักษา ทำให้คนรอบข้างจะ ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา ถ้าไม่สังเกตอย่างใกล้ชิด เมื่อปกติแล้วเขาจะดำเนินชีวิตได้ปกติ พอถึงช่วงหนึ่ง จะรื่นเริงอีก หรืออาจจะสลับไปขั้วตรงข้าม เป็นแบบซึมเศร้า อาการก็จะเริ่มตั้งแต่ แยกตัว เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เบื่อๆเข้าก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ที่สำคัญที่สุดคือการฆ่าตัว ตาย   

        โรคนี้ช่วงซึมเศร้าจะเหมือนกับโรคซึมเศร้า อัตราการฆ่าตัวตายคือ 15-20% เพราะฉะนั้น หนึ่งในห้ามีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเบื่อเศร้าและฆ่าตัวตาย ช่วงที่รื่นเริงมากๆ ก็จะมีประเด็นการฆ่าตัว ตายได้ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่ตอนซึมเศร้า คนไข้ที่จะป่วยเป็นโรคนี้ จากการวิจัยพบว่า จะเริ่ม เกิดอาการของโรคนี้ในช่วงวัยรุ่น แต่อาการจะไม่ปรากฏชัด ซึ่งบางทีวัยรุ่นเป็นโรคนี้อยู่แต่ไม่ปรากฏ อาการที่รุนแรง คนรอบข้างจะไม่สามารถสังเกตได้ อาจเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง เช่น อาจจะ เที่ยวกลางคืน อยากไปเตร็ดเตร่ ไม่มีสมาธิในการเรียนทำให้ผลการเรียนตกลง อาจจะมีปัญหาเรื่อง ของพฤติกรรมที่สร้างปัญหา เช่น ทะเลาะกับเพื่อนฝูง ถ้าพ่อแม่ไม่ได้ใกล้ชิด เห็นแค่ปรับเปลี่ยนไป นิดหน่อย เหมือนกับไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย


แนวทางในการรักษาโรค 




          ในปัจจุบันเชื่อว่าโรคไบโพล่าร์เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมองโดยมีสารสื่อนำประสาท ที่ไม่สมดุลย์คือมีสารซีโรโทนิน (serotonin) น้อยเกินไปและสารนอร์เอปิเนฟริน (epinephrine) มากเกินไปดังนั้นเราจึงสามารถรักษาโรคนี้ได้ด้วยยา ยาที่ใช้รักษาโรคไบโพล่าร์ได้แก่ยาในกลุ่มยา ควบคุมอารมณ์ (mood stabilizers), ยาแก้โรคจิต (antipsychotics), และยาแก้โรคซึมเศร้า (antidepressants)



          1. การรักษาในปัจจุบันนี้ ใช้ยาไปช่วยในการปรับสารสื่อนำประสาทตรงให้กลับมาทำงาน ได้อย่างปกติ เรียกชื่อกลุ่มยานี้ว่า กลุ่มปรับอารมณ์ให้คงที่ mood stabilizer ซึ่งจะมียาเฉพาะไม่กี่ตัว ที่จะใช้ในการรักษาที่จะช่วยอาการนี้ได้ ช่วงระยะการรักษา ช่วงแรกจะเป็นการคุมอาการให้กลับมา เป็นปกติที่สุดภายใน 1 สัปดาห์ก่อน หรืออย่างช้า 1 เดือน หลังจากนั้น จะเป็นการรักษาต่อเนื่องอาจ ต้องใช้ยาคุมอาการ ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับอาการคนไข้เป็นสำคัญ ในคนไข้บางราย 1 ปี อาจ มาพบหมอแค่ 2-4 ครั้งเท่านั้น ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลตลอด 



          2. ยาหลักที่นิยมใช้รักษาและได้ผลดี คือ lithium ควบคุมอาการ mania ได้ดีมาก แต่ผู้ ป่วยอาจต้องใช้ยาเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากโรคนี้อาจเป็นๆ หายๆ ได้ ตัวยายังสามารถป้องกัน ได้ทั้งอาการ mania และอาการซึมเศร้า ยาอื่นๆ ที่ได้ผลดี ได้แก่ valproate, carbamazepine, lamotrigine, gabapentin และ topiramate 

          3. สำหรับอาการซึมเศร้าตอบสนองดีต่อยา clozapine, olanzapine, risperidone, quetiapine และziprasidone 

          4. สิ่งสำคัญที่สุด คนรอบข้างต้องเข้าใจในผู้ป่วยที่เป็นภาวะเช่นนี้ด้วย ตัวผู้ป่วยเองก็ต้อง ดำเนินชีวิตในทางสายกลาง ควบคุมเวลานอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยก็วันละ 6-8 ชั่วโมง พยายามหาวิธีแก้ปัญหาและลดความเครียด และอย่าใช้ยากระตุ้นหรือสารมึนเมา เช่น เหล้า หรือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง 

          5. ถ้ามีผู้ป่วยในครอบครัว คนรอบตัวต้องเข้าใจและช่วยกันป้องกันผู้ป่วยในช่วงก่อน โรค กำเริบรุนแรงเพราะว่ามีโอกาส กลับไปเป็นซ้ำอีก ช่วงอายุที่มีโอกาสเป็นโรคอารมณ์แปรปรวน มาก ที่สุด คือ 15-25 ปี กลุ่มนี้จะเริ่มต้นด้วยอาการขยันผิดปกติ หรือที่เรียกว่า “ไฮเปอร์แอคทีฟ”ต่อมา บางช่วงของการเจ็บป่วยก็จะเปลี่ยนเป็นซึมเศร้า เป็นมากๆอาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย 

          โรคนี้รักษาได้ ญาติควรนำผู้ป่วยส่งแพทย์โดยด่วน หากพบว่าอาการเริ่มเพิ่มชั้นความรุนแรง ปัจจุบัน มียาที่ใช้ปรับอารมณ์ให้คงที่ปกติ สามารถให้ผู้ป่วยดำเนินได้อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป และลดซึ่ง ความสูญเสียทางด้านหน้าที่การงาน และเงินทอง เวลาผู้ป่วยมีอาการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรุนแรง เป็นปัญหาสังคมได้ 



ที่มา www.kapook.com