แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สาระ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

แม่น้ำป่าสัก

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

แม่น้ำป่าสัก


แม่น้ำป่าสัก เป็นแม่น้ำที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาเพชรบูรณ์ในเขตพื้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

แม่น้ำป่าสักไหลผ่าน 5 จังหวัด คือจังหวัดเลย,เพชรบูรณ์,ลพบุรี,สระบุรี
ไหลไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ขอขอบคุณข้อมูลจาก วิกิพีเดีย

วันจันทร์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การถ่ายภาพครั้งแรก ใช้เวลาถึง 8 ชม.

ขอบคุณภาพจาก th.wikipedia.org
นีเซฟอร์ เนียปส์ (ฝรั่งเศส: Nicéphore Niépce) ชื่อเกิด โฌแซ็ฟ เนียปส์ (Joseph Niépce; 7 มีนาคม 1765 - 5 กรกฎาคม 1833) เป็นนักประดิษฐ์ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ที่ได้ชื่อว่ามีส่วนในการบุกเบิกการถ่ายภาพ

เนียปส์เกิดในเมืองชาลง-ซูร์-โซน (Chalon-sur-Saône) ในเขตจังหวัดโซเนลัวร์ปัจจุบัน บิดาเป็นทนายผู้มีฐานะ เขามีพี่ชาย 1 คน ชื่อ โกลด (1763-1828) มีน้องสาว 1 คน และน้องชายอีก 1 คน เมื่ออายุได้ 21 ปี เนียปส์ได้ศึกษาที่ Oratorian Brothers เมืองอ็องเฌ ในสาขาวิชาฟิสิกส์และเคมี เมื่อจบการศึกษาแล้ว เนียปส์จึงกลับมาเรียนวิชาการทหาร (National Guard) ที่เมืองชาลง-ซูร์-โซน บ้านเกิด

ในปี 1789 เกิดการปฏิวัติฝรั่งเศสขึ้น เนียปส์ได้ถูกประจำการเป็นทหารอยู่ที่ซาร์ดิเนีย และผลจากการปฏิวัติครั้งนี้ทำให้ทรัพย์สินของครอบครัวส่วนใหญ่เสียหาย แต่ครอบครัวของเขามีบ้านหลังหนึ่งอยู่ใกล้หมู่บ้านชาลง-ซูร์-โซน ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส หลังจากที่เนียปส์ได้ออกจากราชการทหารในปี 1794 เขาแต่งงานกับแอกเนส โรเมโร่ (Agnes Romero) และย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้ เมื่อแต่งงานไปได้ 1 ปี ภรรยาของเขาก็ให้กำเนิดบุตร ตั้งชื่อว่า อีซีดอร์ (Isidore; ภายหลังร่วมมือกับหลุยส์ ดาแกร์ ผู้คิดค้น กระบวนการดาแกโรไทป์ เพื่อพัฒนางานถ่ายภาพ) ในขณะนั้น เนียปส์ใช้เวลาในการค้นคว้าทำการทดลองเกี่ยวกับการบันทึกภาพไปด้วยเนียปส์เสียชีวิตในปี 1833 ในสภาพบุคคลล้มละลาย


ปี 1816 เนียปส์ทดลองถ่ายภาพด้วยกล้องรูเข็มที่เป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัสยาวด้านละ 4 3/4 นิ้ว โดยใช้สารประกอบของโลหะเงิน เป็นสารไวแสง เขาปิดประตูหน้าต่างหมดทุกบาน เหลือไว้เพียงบานเดียว หันหน้าเลนส์ไปทางหน้าต่างบานนั้น ข้างนอกหน้าต่างที่เปิดอยู่มีกรงนกแขวนอยู่ เมื่อถ่ายภาพกรงนก ปรากฏว่าได้ภาพที่มีพื้นหลังดำกรงนกสีอ่อนเกือบขาว ทั้งนี้เพราะนอกหน้าต่างมีความสว่างมาก จึงทำให้ภาพกรงนกดูซีดจางกว่าฉากหลัง ภาพที่ได้เรียกภาพ เนกาตีฟ (negative) คือ ได้ภาพสีดำ-ขาว กลับตรงกันข้ามกับวัตถุจริง แต่เขาไม่สามารถทำให้ภาพคงทนถาวรได้ เนื่องจากเนียปส์ไม่ทราบวิธีกำจัดสารไวแสงในบริเวณที่ไม่ถูกแสงออก ซึ่งสารไวแสงในบริเวณดังกล่าวจะค่อย ๆ ดำขึ้น ทำให้ภาพกลายเป็นสีดำไปหมดทั้งภาพ

เนียปส์ทำการทดลองใหม่โดยใช้สารบีทูเมนจูเดียซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของแอสฟัลต์ (ยางมะตอย) มีความไวแสงต่ำมาก สารดังกล่าวเมื่อถูกแสงแล้วจะแข็งตัวไม่สามารถละลายน้ำได้ ส่วนที่ไม่ถูกแสงจะอ่อนตัว สามารถล้างออกได้ด้วยสารละลายจำพวกน้ำมันลาเวนเดอร์ และน้ำมันสน ในที่สุด เนียปส์ประสบความสำเร็จ ในปี 1826 โดยใช้สารดังกล่าวเคลือบบนแผ่นโลหะผสมระหว่างดีบุก และ ตะกั่ว แล้วใส่เข้าไปในกล้องคาเมร่า ออบสคูร่า ถ่ายรูปจากหน้าต่างบ้านเลอกราของเขาเอง (ชื่อภาพว่า View from the Window at Le Gras ถ่ายที่เมืองแซ็ง-ลู-เดอ-วาแรน) ใช้เวลาเปิดรับแสงประมาณ 8 ชั่วโมง เป็น ภาพถ่ายที่ถาวร ภาพแรกของโลก

***ในไทยมีการถ่ายภาพครั้งแรก ในสมัยรัชกาลที่ 3


ขอขอบคุณข้อมูล th.wikipedia.org

อ่านข้อมูลทั้งหมดได้ที่ th.wikipedia.org

คนหูหนวกแต่กำเนิด จะอ่านหนังสือไม่ได้

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


คนหูหนวกแต่กำเนิด จะอ่านหนังสือไม่ได้
และมีโอกาศเป็นใบ้ด้วย แต่สามารถเรียนรู้การสื่อสารทางด้านการพูดได้ โดยอาศัยการอ่านจากริมฝีปาก ทำให้การออกเสียงของผู้พิการทางการได้ยินเหมือนตะโกน เนื่องจากเขาไม่สามารถควบคุมเสียงที่เปล่งออกไปได้
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

สรรพนาม ของคนไทยเชื้อสายจีน(แต้จิ๋ว)


ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา



สรรพนาม ของคนไทยเชื้อสายจีน(แต้จิ๋ว)


ฝั่งพ่อ
อาก๋ง>ปู่-อาม่า>ย่า
อาแปะ>พี่ชายพ่อ-อาอึ้ม>แฟนลุง
อาเจ็ก>อา-อาซิ้ม>แฟนอา
อาโกว>พี่สาวและน้องสาวของพ่อ
แฟนของอาโกวคืออาเตี๋ย=โกวเตี๋ย
*พี่น้องของอากงอาม่า>เหล่า เช่น เหล่าแปะ,เหล่าโกว,เหล่าอึ้ม
------------------------
ฝั่งแม่
อากู๋>พี่ชายและน้องชายแม่
อากิ๋ม>แฟนอากู๋
อาอี้>พี่สาวและน้องสาวแม่
อาเตี๋ย>แฟนอาอี้
-------------------
อาป๋า+อาเตี่ย+อาปา>พ่อ
อาม้า+อาแหมะ>แม่
อาเฮีย>พี่ชาย>แฟนพี่ชาย
อาซ้อ>แฟนพี่ชาย
อาตี๋>น้องชาย
อาเจ้>พี่สาว
อาม่วย>น้องสาว/แฟนเรียกชื่อ
***เรียงตามลำดับ
คนโต เติม ตั่ว
คนรอง "  หยี่
คนที่3 4 5 เติม ซา สี่ โหงว
คนสุดท้ายเติม โซ้ย
//////////////////////
***(อา) เป็นคำสร้อย ในบางกรณีเป็นคำที่แสดงความสนิทสนม เช่น ชื่อ จินลี่จู
ก็จะเรียกว่า อา
จินลี่จู

คำศัพท์ที่ทำให้สับสน(อเมริกัน-อังกฤษ)

คำศัพท์ที่ทำให้สับสน(อเมริกัน-อังกฤษ)

ขอขอบคุณภาพจาก www.myfirstbrain.com

Apartment - Flat / ห้องชุด
Cab - Taxi / รถรับจ้าง
Can - Tin / กระป๋อง
Candy - Sweet / ลูกอม
Chips - Crisps / แผ่นมันฝรั่ง
Closet - Wardrobe / ตู้เสื้อผ้า
Cookie - biscuit / ขนมปังกรอบ
Corn - Maize / ข้าวโพด
Diaper - Nappy / ผ้าอ้อม
Drape - Curtains / ผ้าม่าน
Overalls - Dungarees / กางเกงกันเปื้อน
Elevator - Lift / ลิฟท์
Eraser - Rubber / ยางลบ
Fall - Autumn / ฤดูใบไม้ล่วง
Faucet -Tap / ก๊อกน้ำ
Flashlight - Torch / ไฟฉาย
Fries - Chips / อาหารทอด
Garbage - Rubbish / ขยะมูลฝอย
Gasoline - Petrol / น้ำมันเบนซิน
Highway - Motorway / ทางด่วน
Hood - Bonnet / ฝากระโปรงรถยนต์
Jello - Jelly / วุ้นฝรั่ง
License plate - Number plate / ทะเบียนรถ
Line - Queue / เข้าแถว
Mail - Post / ไปรษณีย์
Movie - Flim / ภาพยนต์


มีคำศัพท์อีกหลายคำ จำได้แค่นี้ ขอโทษด้วยครับ
ขอบคุณครับที่แวะเข้ามาดู

อ่านเพิ่มเติมได่ที่   www.myfirstbrain.com

ไม่อยากแก่เร็ว ไม่ควรใช้กระทะ Non-Stick บ่อยๆ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


ถ้าไม่อยากแก่เร็ว ไม่ควรใช้กระทะ Non-Stick บ่อยๆ

ผลการทดสอบจากอเมริกา สารเพอร์ฟลูออโรคาร์บอน ที่ก้นกระทะเทฟล่อน จะไปเร่งให้ร่างกายเข้าสู่สภาวะหมดประจำเดือนเร็วขึ้น ถ้าไม่อยากแก่เร็ว ก็ไม่ควรใช้กระทะ Non-Stick บ่อยๆ

ขอขอบคูณเนื้อหาและข้อมูล thisyouknow

โทมัส เอดิสัน บุคคลแรกที่จดสิทธิบัตรในการประดิษฐ์หลอดไฟ

ขอขอบคุณภาพ จาก th.wikipedia.org
โทมัส เอดิสัน 
บุคคลแรกที่จดสิทธิบัตรในการประดิษฐ์หลอดไฟ

โทมัส อัลวา เอดิสัน (อังกฤษ: Thomas Alva Edison) เป็นนักประดิษฐ์และนักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ซึ่งประดิษฐ์อุปกรณ์ที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย ได้ฉายา "พ่อมดแห่งเมนโลพาร์ก" เป็นหนึ่งในผู้ริเริ่มนำหลักการของ การผลิตจำนวนมาก และ กระบวนการประดิษฐ์ มาประยุกต์รวมกัน

โทมัส เอดิสัน มักจะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้คิดค้นหลอดไฟ แต่ในความเป็นจริงเขาเป็นบุคคลแรกที่จดสิทธิบัตรในการประดิษฐ์หลอดไฟจากนักวิทยาศาสตร์กว่า 20 คนที่คิดค้นหลอดไฟ และสามารถนำมาทำเป็นธุรกิจได้ เอดิสันยังคงเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทเจเนอรัลอิเล็กทริก (General Electric) บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ของโลก และก่อตั้งอีกหลายบริษัทในด้านไฟฟ้า หนึ่งในบริษัทของเอดิสันยังเป็นผู้คิดค้นเก้าอี้ไฟฟ้าสำหรับประหารชีวิตนักโทษอีกด้วย

เอดิสันยังคงเป็นบุคคลสำคัญในสงครามกระแสไฟฟ้า (War of Currents) โดยเอดิสันพยายามผลักดันระบบไฟฟ้ากระแสตรงของบริษัท แข่งกับระบบไฟฟ้ากระแสสลับของจอร์จ เวสติงเฮาส์(George Westinghouse) โดยพนักงานในบริษัทของเขาได้โฆษณาชวนเชื่อความอันตรายของไฟฟ้ากระแสสลับโดยการฆ่าหมาแมวเป็นจำนวนหลายตัว

ขอขอบคุณข้อมูลและเนื้อหาของ th.wikipedia.org

คลิ๊กเลย เพื่ออ่านข้อมูลทั้งหมดของ โทมัส เอดิสัน

วันเสาร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557

การค้นพบวิธีการทำอาหารแช่แข็ง

การค้นพบวิธีการทำอาหารแช่แข็ง

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา
นายคลาเรนซ์ เบิร์ดอาย นักธรรมชาติวิทยาของสหรัฐอเมริกา 

ได้ไปประจำพื้นที่ อยู่แถบอาร์กติก(ขั้วโลกเหนือ) เขาเห็นชาวบ้านนำปลาที่เหลือใส่ถังไปแช่แข็งในน้ำทะเล เมื่อนำมาปรุงอาหาร ก็จะได้รสชาติดีเหมือนกับปลาสดๆ ในที่สุดเขาก็ค้นพบวิธีเก็บอาหารแบบแช่แข็งได้สำเร็จ เขาได้รับการจดทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 30 ค.ศ.1930


*อาหารแช่แข็งต้องอยู่ในอุณหภูมิ 0-20 องศา เพื่อทำให้น้ำในเซลล์เนื้อสัตว์แข็งตัว ก่อนการเป็นผลึกน้ำ ซึ่งผลึกน้ำนั้นมีคม สามารถบาดเนื้อสัตว์ได้

วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ที่มาของคำว่า "นาฬิกา"

ที่มาของคำว่า "นาฬิกา"

ต้มเลือดหมูเป็นอาหารมื้อเช้าที่ดีต่อสุขภาพ

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ต้มเลือดหมูเป็นอาหารมื้อเช้าที่ดีต่อสุขภาพ

   มีประโยชน์มากมาย มีธาตุเหล็กที่เป็นประโยชน์สำคัญต่อร่างกาย 
หากร่างกายของเรานั้นขาดธาตุเหล็ก กระบวนการฟอกเลือดดำให้เป็นเลือดแดงก็เกิดขึ้นน้อยหรือไม่เกิดขึ้นเลย 

ทำให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดมากขึ้น ส่งผลให้หัวใจทำงานหนักเสี่ยงต่อการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว 

โดยเฉพาะเด็กจะมีพัฒนาการของสมองช้า ไม่เจริญเติบโต เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงสมองน้อย ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ลดลง 

ผู้ใหญ่ที่ขาดธาตุเหล็ก ร่างกายมักจะอ่อนเพลีย ผิวพรรณซีด เวลาเปิดเปลือกตาจะเป็นสีขาว เพราะไม่มีเลือดไปเลี้ยง 

ผู้ที่มีธาตุเหล็กสมบูรณ์จะมีเลือดฝาดดี มีการวิจัยพบว่าคนที่ขาดธาตุเหล็กประสิทธิภาพในการทำงานจะน้อยลง ทำให้เจ็บป่วยบ่อย อาหารที่มีธาตุเหล็ก ส่วนใหญ่จะเป็นจำพวก ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น เนื้อสัตว์ ตับสัตว์ เลือดหมู ไก่ เป็ด นม และต้มเลือดหมู มีธาตุเหล็กสูงมาก

ที่มา GotoKnow โดย Pundit

วันพุธที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ตารางวาเป็นตารางเมตร


ตารางวาเป็นตารางเมตร
1 วา = 2 เมตร
1 ตารางวา = 2x2 = 4 ตารางเมตร
20 ตารางวา= 20x4 = 80 ตารางเมตร
ตารางวาเป็นตารางเมตร คูณ 4
ตารางเมตรเป็นตารางวา หาร 4

วันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ทำไมเวลาไหว้พระต้องจุดธูป ๓ ดอก

ทำไมเวลาไหว้พระต้องจุดธูป ๓ ดอก

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา


การที่นิยมใช้ธูป ๓ ดอก นั้นคงจะเป็นเพราะคนเรามักถนัด๓ ทำอะไร ๆ ก็นิยมจำนวน ๓ อยู่มาก เช่น ทำขวัญ ๓ วัน ดังมีคำกล่าวว่า “สามวันลูกผี สี่วันลูกคน” การเจิมเป็น ๓ จุด เวียนเทียน ๓ รอบ กราบพระ ๓ ครั้ง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้มักจะนำมาอธิบายให้เข้าหลักพุทธศาสนา

ในกรณีธูป ๓ ดอก อธิบายกันให้เข้าหลักพุทธศาสนาว่าหมายถึง พระคุณของพระพุทธเจ้า ๓ ประการ 
คือ พระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณ 

บางตำราว่าหมายถึงพระพุทธเจ้าทั้ง ๓ ประการ คือ พระพุทธเจ้าในอดีต ปัจจุบันและอนาคต และบางคนก็อธิบายว่า ธูป ๓ ดอกหมายถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บางท่านให้ความเห็นว่า พระพุทธรูปแทนองค์พระพุทธเจ้าซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งอยู่แล้ว เทียน ๒ เล่มแทนพระธรรมและพระวินัย ส่วนธูป ๓ ดอกนั้นแทนพระสงฆ์ซึ่งต้องศึกษาศีล สมาธิ ปัญญา ที่เรียกว่า ไตรสิกขา อันเป็นแนวทางศึกษาของพระสงฆ์เพื่อให้บรรลุนิพพาน และถือว่าธูปมีกลิ่นหอมตลบอบอวล ศีลก็เช่นเดียวกัน ถือว่ามีกลิ่นหอมทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของการตีความให้เข้าหลักพุทธศาสนาทั้งสิ้น
Cr. Sanook.com

วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การจุดธูป1-108 ดอก ใช้ในงานอะไร มีความหมายถึงอะไรบ้าง?

รูปภาพไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

การจุดธูป1-108 ดอก ใช้ในงานอะไร 

มีความหมายถึงอะไรบ้าง?


ธูป 1 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องของการเน้น หรือเจาะจง ในเรื่องที่เกี่ยวกับผีบ้านผีเรือน วิญญาณภาคพื้น เช่น การจุดไหว้เจ้าที่ หรือผีบ้านผีเรือน

ธูป 2 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณ และการปักธูปบนอาหาร

ธูป 3 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ธูป 4 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา

ธูป 5 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชา พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ คุณบิดา คุณมารดา และคุณครูบาอาจารย์

ธูป 6 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกำลังธาตุไฟ (คนที่เกิดวันอาทิตย์) ใช้สวดเสริมดวงชะตา

ธูป 7 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณ (ศาลเจ้าพ่อ เจ้าแม่) ครูบาอาจารย์ที่เสียชีวิตแล้ว

ธูป 8 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเสริมดวง

ธูป 9 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสักการบูชาเทพ เจ้าป่า เจ้าเขา หรืออรุกขะเทวดา ศาลพระภูมิ ศาลเทพ

ธูป 10 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเสริมดวงชะตา

ธูป 11 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาเทวดาชั้นสูง

ธูป 12 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาพระราหู (คนที่เกิดวันพุธกลางคืน) ใช้ในการเสริมดวงชะตา

ธูป 14 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาคุณพระสงฆ์ เช่น การจุดบูชาสักการะ รูปปั้นพระสงฆ์

ธูป 15 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกำลังธาตุ (คนที่เกิดวันจันทร์) ใช้ในการสวดเสริมดวงชะตา

ธูป 16 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาเทพชั้นสูง เช่น บูชาพระพรหม ฯลฯ

ธูป 17 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสวดเสริมดวงชะตา

ธูป 19 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจุดบูชาครู และการสวดเสริมดวงชะตา

ธูป 20 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสวดเสริมดวงชะตา

ธูป 21 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาแม่พระธรณี (ใช้ในพิธีกรรมเบิกพระแม่ธรณี) และการสวดเสริมดวง

ธูป 38 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาพระธรรม

ธูป 39 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาพระแม่โพสพ

ธูป 56 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการบูชาคุณพระพุทธเจ้า

ธูป 108 ดอก หมายถึง เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประกอบพิธีกรรม สวดเสริมดวงชะตา

วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

โคอาลา(ไม่ใช่หมี)



โคอาลา(ไม่ใช่หมี)

โคอาลา (อังกฤษ: Koala) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมีกระเป๋าหน้าท้อง จำพวกพอสซั่ม (ไม่ใช่หมี) ตัวเมียจะมีกระเป๋าหน้าท้อง สำหรับให้ลูกอ่อนอาศัยอยู่ จากการที่มีลักษณะรูปร่าง หน้าตาคล้ายสัตว์ในตระกูลหมี ทำให้ส่วนใหญ่นิยมว่า "หมีโคอาลา" หรือ "หมีต้นไม้"

โคอาลา นับเป็นซากดึกดำบรรพ์มีชีวิตอีกชนิดหนึ่ง เนื่องจากพบหลักฐานเป็นฟอสซิลอายุนานกว่า 20 ล้านปีมาแล้ว ในออสเตรเลียตอนใต้ เป็นโคอาล่าขนาดยักษ์

   

โคอาลาอาศัยอยู่ในป่าที่มีต้นยูคาลิปตัส ปัจจุบันจะพบโคอาลาได้ที่ รัฐควีนส์แลนด์,
รัฐนิวเซาท์เวลส์, รัฐวิกตอเรีย และ รัฐเซาท์ออสเตรเลีย


หนังตาขวากะตุกมาหลายวัน

ตอบแบบแพทย์
ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

หนังตาขวากะตุกมาหลายวัน
(ตอบแบบทางการแพทย์)

ตากระตุก(เปลือกตานะครับ ไม่ใช่ลูกตา ถ้าลูกตากระตุกนี่อีกเรื่องนึง)

มีทั้งแบบที่เป็นชั่วครั้งชั่วคราวแล้วมักหายเองใน 1-2 สัปดาห์
และแบบที่เป็นถาวรเป็นปีๆครับ
สาเหตุ

เกิดจากการส่งกระแสประสาทมากระตุ้นกล้ามเนื้อเปลือกตา
(และอาจจะกล้ามเนื้อใบหน้าข้างเดียวกันร่วมด้วย) จากเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7
มากกว่าปกติ ไม่ทราบสาเหตุแน่นอน บางรายเกิดหลังอุบัติเหตุที่ศีรษะ
บางรายเกิดเอง โดยมีสิ่งกระตุ้นคือ คาเฟอีน (กาแฟ-น้ำอัดลม) การอดนอน
ความเครียด บุหรี่ เป็นต้น

การรักษา

- หยุดหรือลดสิ่งกระตุ้นเหล่านั้น
- ถ้าไม่ดีขึ้นให้หาหมอ มียาให้ครับ ในรายที่มีอาการน้อยมักตอบสนองดีกับยากิน
ถ้าไม่ดีขึ้นอาจพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น การฉีดยา Botulinum toxin (ที่มีคนเอามาใช้ฉีดลบรอยย่น นั่นแหละครับ) เข้าที่กล้ามเนื้อ เพือให้มันคลายตัวและไม่กระตุกครับ

ที่มา  นพ.ณวัฒน์ วัฒนชัย  จักษุแพทย์
www.thaiclinic.com

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

คำคมจากโคนัน

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

คำคมจากโคนัน

1. ปีศาจถูกอัศวินผู้พิทักษ์ธรรมะลงโทษก็จริง แต่อัศวินที่เปื้อนเลือดอันชั่วร้าย ก็หมายถึงสิ่งที่   ทำให้อัศวินจมลึกลงไปในความชั่วด้วย

2. การคลี่คลายคดีน่ะ ไม่มีแพ้หรือชนะ ไมมีหนึ่งหรือสอง มีแต่ความจริงเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

3. นักสืบที่ต้อนคนร้ายจนมุมจนถึงต้องฆ่าตัวตายในที่สุด ไม่ต่างอะไรกับฆาตกรหรอก

4. จอมโจรก็คือ ศิลปินผู้สร้างสรรค์การขโมยสิ่งที่ต้องการอย่างวิจิตรงดงาม นักสืบก็คือคนที     คอยเกาะตามดูผลงาน เป็นแค่นักวิจารณ์ธรรมดาๆเท่านั้น

5. ปริศนาที่คลี่คลายไม่ได้...ไม่มีอยู่บนโลกนี้แน่นอน

6.จุดเล็กๆ ที่มองข้ามได้ง่าย มักจะสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

7. คำว่ายุติธรรมน่ะนะ ไม่ใช่แค่คำพูดโก้ๆ ที่หลุดออกจากปากเท่านั้นแต่มันเป็นสิ่งที่ต้องยึดมั่นไว้ในใจของเราเสมอ

8. แม้แต่กระจกที่สะท้อนทุกอย่างตรงไปตรงมา ยังไม่อาจสะท้อนตัวตนที่แท้จริงได้

9. พวกทริกก็เหมือนกับปริศนาอักษรไขว้ที่คนคิดขึ้น คิดกันไปคิดกันมาได้คำตอบก็ตั้งเป็นทฤษฎีเยอะแยะมากมาย แต่เหตุผลที่คนฆ่าคนถึงจะตั้งทฤษฎีขึ้นอย่างไงก็ไม่เข้าใจ ถึงจะเข้าใจได้ก็ทำใจยอมรับไม่ได้อยู่ดี

10.สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ได้ความรู้นั้นมาจากใคร แต่อยู่ที่การนำความรู้นั้นมาใช้มากกว่า

11.ใครๆก็มีชีวิต ตัวเราก็มีชีวิต ชีวิตเป็นสิ่งที่มีค่า ที่ให้ใครขโมยไปไม่ได้เด็ดขาด ขึ้นชื่อว่าพรากชีวิตก็คือการฆ่าคนทั้งนั้น แม้จะเป็นชีวิตของต้วเองก็ตาม

12.ถ้าตัดความเป็นไปไม่ได้ออกไป สิ่งที่เหลือแม้จะไม่น่าเชื่อเพียงใดก็ตามแต่มันก็คือความจริง

13.คำว่ากล้าหาญเป็นคำแห่งคุณธรรม หมายถึงขจัดความกลัวของตนเองและลุกขึ้นสู้...เอามาใช้กับ เหตุผลในการฆ่าคนอย่างนี้มันไม่ถูก

14.ดอกไม้เป็นสิ่งที่บอบบาง ถึงจะพยายามหวังดีล้อมรั้วกันลมกันฝนให้มัน แต่เมื่อใดที่มันขาดแสงแดดที่อบอุ่น มันก็ต้องเฉาตายอยู่ดีหรือถ้ามีพายุมา ถึงจะมีรั้วที่แข็งแรงก็ไม่สามารถจะป้องกันอะไรได้

15.คนที่จะประสบความสำเร็จได้คือคนที่รู้จักโอกาส ถ้าจะมัวรอให้โอกาสแบบเดิมๆกลับมาใหม่ รอยังไงโอกาสก็ไม่กลับมาหรอก

16.ตัวต่อในจิ๊กซอว์ถึงมันจะเป็นชิ้นเล็กๆ แต่ดูแล้วต่างกัน แต่ถ้าลองหมุนปรับดูหลายๆ มุมยังไงมันก็ต้องลงล็อกได้แน่นอน คำให้การที่ต่างกันของพยานแต่ละคนก็คือตัวต่อของรูปพรรณคนร้ายที่เราจะต้องนำมาใส่และทำหายไม่ได้แม้แต่ชิ้นเดียว

17.ความอมตะ ไม่แก่ตายเป็นเรื่องเพ้อฝัน เมื่อชีวิตมีความจำกัดก็ควรถนอมมันไว้ ยิ่งมีจำกันก็ต้องยิ่งพยายามดิ้นรน

18.การกระทำของคุณไม่ใช่การแก้แค้นให้ลูกชายเลย ไม่ใช่เพื่ออะไรทั้งนั้นเป็นแค่ความพอใจของตัวเองเห็นชีวิตเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น

19.A secret makes a woman woman... ผู้หญิงที่มีความลับเป็นอาภรณ์ จะมีเสน่ห์ขึ้นเยอะทีเดียว

20.อย่าหนีจากชะตาชีวิตของเราเด็ดขาด

21.การอยู่อย่างหลบๆซ่อนๆ ต้องคอยกลัวว่าไม่รู้เมื่อไหร่จะถูกเจอมันน่าเบื่อซะจริงๆ

22.การรับรู้จิตสังหารของคนได้เป็นซิกเซ้นต์ของคนเป็นนักสืบ

23.จำเป็นด้วยหรอที่ต้องมีเหตุผล ที่คนฆ่าคนคืออะไรนั้นยังไม่รู้เลยแล้วเหตุผลที่คนช่วยคน... จะมีคำอธิบายตามหลักเหตุผลได้ยังไง

24.เปล่า...ผมไม่ได้บอกให้คุณลืม คุณจะเดินไปข้างหน้ารึเปล่ามันก็เรื่องของคุณ แต่ถ้าคุณลืมเรื่องของพ่อคุณไปแล้ว เขาต้องตายจริงๆนะสิ

25.ความทรงจำที่มีต่อคนที่จากไปมันจะถูกเก็บไว้อย่างสวยงาม และคงอยู่ในใจไปจนตลอดชีวิต

26.จงเป็นตำรวจที่มีคุณธรรม ปกป้องบ้านเมืองและประชาชน อย่าปล่อยให้ความเคียดแค้นส่วนตัวมาครอบงำ ไม่ว่าจะเป็นกรณีใดๆ ก็ตาม เพราะว่าคนเราทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน

27.ถ้ามันเป็นความทรงจำที่มีค่าล่ะก็ห้ามลืมเด็ดขาด เพราะคนที่ตายไปแล้ว เขาจะมีชีวิตอยู่ก็แค่ในความทรงำของเราเท่านั้น

28.คนบางคนไม่ใช่อยู่แค่ในหัวใจของเรา แต่เขาอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก

29.ถึงคนที่ทำจะเป็นตัวเธอเอง ฉันก็วางมือไม่ได้อยู่ดี เพราะฉันไม่อยากให้เพื่อนเก่าอย่างเธอต้องทรมานกับคำโกหกเศร้าๆนั้นไปตลอดชีวิต

30.ไม่มีใครดึงเวลาให้ย้อนกลับไปได้หรอก ถ้าหากยังดื้อดึงทำให้มันย้อนกลับ คนๆนั้นแหละจะถูกลงโทษ

31.พวกเราเป็นทั้งปีศาจและพระเจ้า เพราะพวกเราชุบชีวิตคนตายต่อต้านกระแสแห่งเวลา

32.แกในตอนนี้น่ะ ไม่ใช่ผู้รักษาคความเป็นธรรมหรอก แต่เป็นแค่ฆาตกรโหดกระหายเลือดที่แสนอัปลักษณ์ต่างหาก

33.จะช่วยคนน่ะ จำเป็นต้องมีเหตุผลด้วยเหรอ

34.Even if you are facing a bitter aspect oflife Drugs and murder are foul without any excuse...deserve a red card for a loser...แม้ว่าคุณจะเผชิญกับเรื่องเศร้าเพียงใดก็ตามยาเสพย์ติดกับการฆ่าคนก็เป็นวิธีสกปรกที่ไม่มีวันอภัยได้...สมควรที่จะต้องได้รับใบแดง

35.คำว่าแก้แค้นน่ะ มันก็เป็นแค่คำพูดเท่านั้นเอง ความรู้สึกซะใจน่ะแป๊ปเดียวก็หายแล้ว...เหมือนกับหิมะที่ตกลงมาบนฝ่ามือนั่นแหล่ะ

36.พระอาทิตย์ที่ตกดิน...ลมหายใจสุดท้ายของพระอาทิตย์...ที่ย้อมโลกนี้ให้กลายเป็นสีแดง ฉันจะต้องเจออีก ฉันจะต้องเจออีกสักกี่ครั้งกันนะ... สีที่ต้องชวนให้เศร้าใจแบบนี้...

37.ฉันต้องเจออีกสักกี่ครั้งกันนะ...สีที่ชวนให้เศร้าใจแบบนี้...

38.ยังไงคุณก็เป็นหมาป่าไม่ได้หรอก! ถึงแม้หน้ากากจะช่วยซ่อนใบหน้าของคุณได้ แต่มันก็ปิดบังนิสัยชั่วของคุณที่ดูถูกการตัดสินด้วยวิธีของมวยปล้ำอย่างคุณไม่ได้อยู่ดี

39.มายาไม่ใช่เวทมนต์...มันต้องมีเคล็ดลับอยู่แล้ว (จากเรื่องจอมโจรอัจฉริยะ)

40.ฟักทองต่างหากล่ะ... ครั้งแรกก็ยังงี้ทุกคนล่ะ ถ้าชินแล้วก็ไม่สนใจสายตาผู้ชมเองแหละน่า... เคยได้ยินมั้ยล่ะ ที่เขาเปรียบผู้ชมเหมือนฟังทองที่เรียงอยู่ในไร่ (จากเรื่องจอมโจรอัจฉริยะ)

41.จงอย่าหนีจากสายตาของผู้ชม...จงกล้าที่จะเผชิญกับมัน...ไม่มีครเข้ามาถึงในใจเราได้หรอก (จากเรื่องจอมโจรอัจฉริยะ)

42.บางทีโชคชะตาก็เป็นการแสดงเช่นกัน (จากเรื่องจอมโจรอัจฉริยะ)

43.Poker น่ะนะ...ไม่ว่าจะได้ไพ่ดีหรือจะไม่ได้ยังไงก็จะไม่แสดงออกทางสีหน้า...มายากลก็เหมือนกันถึงจะพลาดยังไง..แต่จะให้ผู้ชมรู้ไม่ได้เด็ดขาด (จากเรื่องจอมโจรอัจฉริยะ)

44.ความอดทนเป็นความกล้าอย่างหนึ่งเช่นกัน

45.ไม่อยากหนี...เพราะถ้าหนีจะไม่มีวันชนะเด็ดขาด

46.รู้ทั้งรู้ว่าจะต้องเสี่ยงและอาจจะนำอันตรายมาให้ตัวเอง...แต่มันก็คือสิ่งที่อบอุ่นที่เต็มไปด้วยความกล้านั่นเอง

47.พอพยายามจะปิดบังเรื่องโกหกอย่างหนึ่ง...ก็ต้องโกหกอย่างอื่นอีก และเรื่องโกหกนั้น..ก็อาจเปิดเผยขึ้นมาได้ในวันหนึ่ง

48.มันไม่ใช่พ่อมด..แต่มันมีเคล็ดลับ...เพราะมันคือมนุษย์ธรรมดา

49.การฆาตกรรมที่ไม่น่าเป็นไปได้... มันเป็นศิลปะอันชั่วร้ายที่ฆาตกรเป็นคนสร้างขึ้น...

50. ก็เหมือนกับนักสืบกับจอมโจรนั่นแหละ ถึงจะดูห่างไกลกันเหมือนฟ้ากับดิน แต่ถ้าเอาหลักพื้นฐานมาเทียบกันแล้วเรามันก็พวกคนที่ไม่มีมารยาทที่ชอบใช้ความอยากรู้อยากเห็นเป็นกุญแจผีคอยเปิดดูว่าใครแอบซุกซ่อนอะไรเอาไว้เหมือนกันนั่นแหละ

51. ตัดสินคนแค่ภายนอกน่ะไม่ได้หรอกนะ อย่างกุหลาบที่เห็นสวยๆ ก็ยังมีหนามเลย เพราะฉะนั้นต่อให้เป็นคนดีแค่ไหนก็ตามเราไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าในใจของเขาคิดะไรอยู่กันแน่...

52. เหมือนหอยอาซาริเลยนะ... ไม่ว่าจะพยายามหลบซ่อนให้ดีแค่ไหน ก็ต้องมีร่องรอยหลงเหลือเอาไว้อยู่ดี... เรียกได้ว่า ยิ่งพยายามปิดบังเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นที่สะดุดตาเท่านั้น...

53. อย่าดูถูกชะตาชีวิตเป็นอันขาด เพราะหนทางที่ดูเหมือนโรยด้วยดอกกุหลาบ ก็มีขวากหนามได้เหมือนกัน

54. มนุษย์น่ะ มันถูกกำหนดชะตาชีวิตเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้วล่ะนะ

55. สายลมไร้รูปร่างฉันใด สายน้ำก็ไร้รูปทรงฉันนั้น คดีฆาตกรรมจึงไม่มีวันสินสุด

56. เลิกบ้าซะทีเถอะ แกถือสิทธิ์อะไร ถึงได้ไปขีดเส้นชะตากรรมของคนอื่นเค้า

57. เพราะรักไงล่ะ เพราะว่าฉันน่ะ รักเธอยังไงล่ะ รักมากกว่าใคร...ในโลกนี้ยังไงล่ะ

58. สักวัน...ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ถึงตายก็ต้องกลับมา อยากให้เธอช่วยรอจนถึงวันนั้น...

59. ท้ายที่สุดแล้ว ก็ไม่มีที่ไหนให้คนทรยศอยู่หรอก

60. ในโลกนี้มีพระเจ้าด้วยเหรอ? ถ้าพระเจ้ามีจริงล่ะก็ คนที่มุ่งมั่นกับชีวิต ก็ต้องมีความสุขกันทุกคนน่ะสิ! ขนาดนางฟ้ายังไม่เคยยิ้มให้ฉันเลย แม่แต่ครั้งเดียว...

61. คดียิ่งซับซ้อนเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งชอบ เวลาไล่ต้อนคนร้ายรู้สึกตื่นเต้นเร้าใจที่สุดเลย ได้ลองครั้งเดียวมันก็หยุดไม่ได้แล้ว "นี่แหละยอดนักสืบ"

62. แม้คดีทั้งหมดจะสิ้นสุดลงแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมไม่อาจหยุดมันได้… คือน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาจากดวงตาของนักสืบที่แสนอ่อนโยนคนนี้…

63. คนสุดยอดในโลกนี้ไม่มีหรอก... ฉันมันก้อแค่ คนๆนึง...

64. แบบนั้นน่ะไม่ใช่เพื่อนหรอก เหมือนเครื่องขายน้ำอัตโนมัติมากกว่า พอใส่เงินเข้าไปก็ได้น้ำมาช่วยให้หายคอแห้ง แต่พอไม่ใส่ก็ไม่มีอะไรออกมา แต่เงินน่ะนะใช้ซื้อใจคนไม่ได้หรอก

65. ต่อให้วางแผนไวดีแค่ไหน สุดท้ายคนที่ได้หัวเราะก็ไม่ใช่คนร้ายอยู่ดี

66. คนเราเนี่ยเปลี่ยนกันได้จริงๆ นะพอตัวอยู่ห่างกัน ใจก็เปลี่ยนไปด้วย มันทรมานจริงๆเลย การที่ได้แต่รอเนี่ย

67. คำว่าลาก่อนเป็นคำที่เจ็บปวด เหมือนเข็มทิ่มแทงความรู้สึกของทั้งสองฝ่าย

68. เวลาเป็นอะไรที่น่ากลัว มันพาทั้งความสุขและความเศร้าไปจากเราพร้อมๆ กัน

69. อยากให้คดีฆาตกรรมมีแต่ในเกมหรือในละครแค่นั้นจริงๆ เพราะความเศร้าที่ต้องมีคนตายจริงๆ มันเทียบในเกมหรือละครไม่ได้เลย

70. การลักพาตัวเป็นการกระทำที่ต่ำช้าที่สุด พอๆกับการฆาตกรรมเลย ไม่ว่าจะยังไง ฉันก็ให้อภัยไม่ได้เด็ดขาด

71. เพราะการช่วยเหลือคนมันย่อมสำคัญกว่าการไล่จับคนอยู่แล้ว สิ่งที่เธอทำน่ะ เป็นเรื่องที่วิเศษมากเลยล่ะ

72. ภาษาถิ่นก็เหมือนเครื่องประดับที่ติดไว้ที่ภาษา... ถ้าอยากจะถอดออกก็ถอดได้แต่ห้ามทิ้งเด็ดขาด... เพราะว่ามันคือสาระสำคัญที่บ่งบอกว่า... พื้นเพของเธอโตมาจากที่ไหนยังไงล่ะ...

73. หมอนั่นนะ ก็แค่หัวขโมยที่สนุกกับการใช้ผ้าคลุมปิดหน้า ส่วนฉัน มีหน้าที่กระชากผ้าคลุมนั่นออกมาในฐานะของนักสืบคนหนึ่ง

74. เพราะคำพูดเป็นดาบ 2 คม หากใช้ผิดวิธีมันจะกลายเป็นอาวุธที่ชั่วร้ายได้ ขอให้พิจารณาจิตใจของอีกฝ่ายให้ดีก่อนที่จะใช้มันไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครก็ตาม

75. คนร้ายน่ะไม่ใช่เจ้าคิดหรอก... เพราะว่าเจ้านั่นจะไม่ขโมยชีวิตใครแน่นอน... (คำพูดนี้มันโดนใจรันคุงอ่ะเลยเอามาให้อ่านกัน)

76. เพราะใช้ปากกาเขียนลายเส้นก็เลยดูหยาบไปหน่อย แต่ผมชอบภาพ "วาตะขจี" ภาพนี้นะครับ... เพราะมันเหมือนกับภาพก่อนหน้านี้..ตรงที่มันเต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะทำเพื่อช่วยใครบางคนน่ะครับ (คำพูดนี้ก็โดนอีกแล้ว^^)
77. ผู้ชายคนนั้นเลือกใช้เกลือไปในทางที่ผิด แทนที่จะใช้ความรู้สึกอย่ากฆ่า... แต่กลับทำให้มันแข็งขึ้น (ถึงมันจะไม่ค่อยโดนไม่ค่อยเด็ดอะไรมากมาย แต่มันก็คงจะเป็นประโยคที่เตือนใจได้ดีอานะ^^)

78. ผู้ที่แข็งแกร่งไม่ใช่ผู้ที่ชนะเสมอไป แต่ผู้ชนะคือผู้ที่แข็งแกร่ง
79. ไม่หรอก มันถูกแล้วล่ะ เพราะก่อนที่จะสรุปว่าใครตายต้องคิดไว้ก่อนว่าเขายังมีชีวิตอยู่นั่นล่ะ สิ่งที่ยอดนักสืบของยอดนักสืบควรจะมี

80. เรื่องที่คุณถูกหลอกผมเองก็สงสาร...แต่ว่า สต๊อปเปอร์ น่ะ ก็คือปราการสุดท้ายของทีม... เพราะไม่ว่าจะถูกตีจนเละหรือว่าถูกประณามจนไม่กล้ามองหน้าใคร... แต่เมื่อถึงหน้าที่ของเขาในการแข่งขันรอบต่อไป เขาก็ต้องขึ้นไปยืนบนเนินด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น! แต่กับคนที่ลืมตัวจนถึงขั้นฆ่าคนได้น่ะ... ผมเชื่อว่าคนแบบนั้นไม่สามารถจะแบกรับชะตากรรมของทีมได้ไหวหรอก
81. ที่แพนโดร่าเปิดกล่องก็เพราะอยากรู้ว่าข้างในมีอะไร... แต่กล่องสมบัติที่รู้ตั้งแต่ก่อนเปิดว่าอะไรอยู่ข้างในน่ะ... มันน่าเบื่อจะตายไป

82. Need not to know คุณไม่จำเป็นต้องรู้
83.เธอแน่ใจแล้วหรือ...เธออ่านแค่เรื่องย่อตอนต้นของนิยายก็เหมารวมตัวเองอ่านเรื่องทั้งหมดได้ทะลุปรุโปร่งแล้วอย่างนั้นน่ะเหรอ? โลกนี้มันลึกซึ้งและมีปริศนามากมายกว่าที่คิดนะ

 Cr. คุณ zien123 จาก www.vcharkarn.com ครับ

วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2556

โรคไบโพล่าร์

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา



โรคอารมณ์แปรปรวน

           โรคไบโพลาร์ (Bipolar) เป็นโรคที่จัดอยู่ในกลุ่มโรคทางด้านเรื่องอารมณ์ กลุ่มเดียวกับโรค ซึมเศร้า โรคซึมเศร้านั้นคือ โรคอารมณ์ที่ชัดเจน ที่มีอารมณ์เบื่อเศร้า แต่โรคไบโพลาร์ จะมีลักษณะ ที่มีอารมณ์ช่วงหนึ่งจะมีลักษณะครื้นเครง รื่นเริง สนุกสนานสลับกับอารมณ์ซึมเศร้าอีกช่วงหนึ่ง 

           โรคนี้มีหลายชื่อ เช่น โรคอารมณ์แปรปรวน , manic-depressive disorder, bipolar affective disorder, bipolar disorder ในปัจจุบันชื่อเป็นทางการคือ โรคไบโพล่าร์ (bipolar disorder) ลักษณะสำคัญของโรคนี้คืออาการผิดปกติของอารมณ์ที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นแบบซึมเศร้า (depression) หรือตรงข้ามกับซึมเศร้าคืออารมณ์ดีผิดปกติ (mania) ก็ได้ 

           โรคไบโพล่าร์นั้นมักเริ่มเป็นก่อนวัยกลางคน บางรายเริ่มเป็นตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 20 ปี แต่ก็มี บางรายที่มาเริ่มเป็นหลังอายุ 40 ปีได้ โรคไบโพล่าร์เป็นโรคที่มีปัจจัยทางพันธุกรรมมาเกี่ยวข้อง ค่อนข้างมากโดยพบว่าเมื่อลองถาม ประวัติให้ดีๆมักจะพบว่ามีคนอื่นบางคนในวงศ์ญาติป่วยเป็น โรคไบโพล่าร์และลูกหลานของผู้ที่ป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์มีโอกาสที่จะป่วยเป็นโรคไบโพล่าร์ได้ มากกว่าคนทั่วไป 

อาการของโรค


        อารมณ์ดีในลักษณะที่ผิดปกติ เรียกว่า mania หมายถึงอารมณ์ดีมากเกินกว่าปกติที่ควรจะ เป็น และมักจะไม่มีเหตุผลหรือไม่สมเหตุสมผล อาจจะมีปัญหากระทบกระเทือนต่อหน้าที่การงาน อารมณ์ดีจนกระทั่งตัดสินใจในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ช่วงที่มีอารมณ์ดีจะช่างพูดช่างคุย คุยได้ไม่หยุด และ ไม่ชอบให้ใครมาขัดจะเกิดอารมณ์หงุดหงิด แล้วถึงขั้นใช้อารมณ์ก้าวร้าวได้  

        ผู้ป่วยบางคนกลางคืนไม่ยอมหลับ ไม่ยอมนอน อยากเที่ยวกลางคืน ใช้จ่ายเงินมาก มี อารมณ์ทางเพศมากขึ้น สำส่อนทางเพศ อารมณ์ดีที่มากเกินปกติและไม่สมเหตุสมผล ที่เป็นมากขึ้น ต่อเนื่องยาวกว่าหนึ่งอาทิตย์ แล้วก่อให้เกิดปัญหาคือ จุดที่ควรสงสัยว่าคนนั้นอาจเป็นโรคไบโพลาร์ ความหมายของไบโพลาร์ไม่จำเป็นต้องสลับกับช่วงซึมเศร้า บางคนเป็นโรคนี้ อยู่ช่วงหนึ่งอาจจะ ประมาณ 4-6 เดือนอาจจะสามารถกลับคืนเป็นปกติได้เองโดยไม่ต้องรักษา ทำให้คนรอบข้างจะ ไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหา ถ้าไม่สังเกตอย่างใกล้ชิด เมื่อปกติแล้วเขาจะดำเนินชีวิตได้ปกติ พอถึงช่วงหนึ่ง จะรื่นเริงอีก หรืออาจจะสลับไปขั้วตรงข้าม เป็นแบบซึมเศร้า อาการก็จะเริ่มตั้งแต่ แยกตัว เบื่อหน่าย ไม่อยากทำอะไร กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เบื่อๆเข้าก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่า ที่สำคัญที่สุดคือการฆ่าตัว ตาย   

        โรคนี้ช่วงซึมเศร้าจะเหมือนกับโรคซึมเศร้า อัตราการฆ่าตัวตายคือ 15-20% เพราะฉะนั้น หนึ่งในห้ามีโอกาสที่จะเกิดปัญหาเบื่อเศร้าและฆ่าตัวตาย ช่วงที่รื่นเริงมากๆ ก็จะมีประเด็นการฆ่าตัว ตายได้ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะแค่ตอนซึมเศร้า คนไข้ที่จะป่วยเป็นโรคนี้ จากการวิจัยพบว่า จะเริ่ม เกิดอาการของโรคนี้ในช่วงวัยรุ่น แต่อาการจะไม่ปรากฏชัด ซึ่งบางทีวัยรุ่นเป็นโรคนี้อยู่แต่ไม่ปรากฏ อาการที่รุนแรง คนรอบข้างจะไม่สามารถสังเกตได้ อาจเริ่มมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง เช่น อาจจะ เที่ยวกลางคืน อยากไปเตร็ดเตร่ ไม่มีสมาธิในการเรียนทำให้ผลการเรียนตกลง อาจจะมีปัญหาเรื่อง ของพฤติกรรมที่สร้างปัญหา เช่น ทะเลาะกับเพื่อนฝูง ถ้าพ่อแม่ไม่ได้ใกล้ชิด เห็นแค่ปรับเปลี่ยนไป นิดหน่อย เหมือนกับไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย


แนวทางในการรักษาโรค 




          ในปัจจุบันเชื่อว่าโรคไบโพล่าร์เกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของสมองโดยมีสารสื่อนำประสาท ที่ไม่สมดุลย์คือมีสารซีโรโทนิน (serotonin) น้อยเกินไปและสารนอร์เอปิเนฟริน (epinephrine) มากเกินไปดังนั้นเราจึงสามารถรักษาโรคนี้ได้ด้วยยา ยาที่ใช้รักษาโรคไบโพล่าร์ได้แก่ยาในกลุ่มยา ควบคุมอารมณ์ (mood stabilizers), ยาแก้โรคจิต (antipsychotics), และยาแก้โรคซึมเศร้า (antidepressants)



          1. การรักษาในปัจจุบันนี้ ใช้ยาไปช่วยในการปรับสารสื่อนำประสาทตรงให้กลับมาทำงาน ได้อย่างปกติ เรียกชื่อกลุ่มยานี้ว่า กลุ่มปรับอารมณ์ให้คงที่ mood stabilizer ซึ่งจะมียาเฉพาะไม่กี่ตัว ที่จะใช้ในการรักษาที่จะช่วยอาการนี้ได้ ช่วงระยะการรักษา ช่วงแรกจะเป็นการคุมอาการให้กลับมา เป็นปกติที่สุดภายใน 1 สัปดาห์ก่อน หรืออย่างช้า 1 เดือน หลังจากนั้น จะเป็นการรักษาต่อเนื่องอาจ ต้องใช้ยาคุมอาการ ระยะเวลาการรักษาขึ้นอยู่กับอาการคนไข้เป็นสำคัญ ในคนไข้บางราย 1 ปี อาจ มาพบหมอแค่ 2-4 ครั้งเท่านั้น ไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลตลอด 



          2. ยาหลักที่นิยมใช้รักษาและได้ผลดี คือ lithium ควบคุมอาการ mania ได้ดีมาก แต่ผู้ ป่วยอาจต้องใช้ยาเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากโรคนี้อาจเป็นๆ หายๆ ได้ ตัวยายังสามารถป้องกัน ได้ทั้งอาการ mania และอาการซึมเศร้า ยาอื่นๆ ที่ได้ผลดี ได้แก่ valproate, carbamazepine, lamotrigine, gabapentin และ topiramate 

          3. สำหรับอาการซึมเศร้าตอบสนองดีต่อยา clozapine, olanzapine, risperidone, quetiapine และziprasidone 

          4. สิ่งสำคัญที่สุด คนรอบข้างต้องเข้าใจในผู้ป่วยที่เป็นภาวะเช่นนี้ด้วย ตัวผู้ป่วยเองก็ต้อง ดำเนินชีวิตในทางสายกลาง ควบคุมเวลานอนหลับให้เพียงพอ อย่างน้อยก็วันละ 6-8 ชั่วโมง พยายามหาวิธีแก้ปัญหาและลดความเครียด และอย่าใช้ยากระตุ้นหรือสารมึนเมา เช่น เหล้า หรือ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนสูง 

          5. ถ้ามีผู้ป่วยในครอบครัว คนรอบตัวต้องเข้าใจและช่วยกันป้องกันผู้ป่วยในช่วงก่อน โรค กำเริบรุนแรงเพราะว่ามีโอกาส กลับไปเป็นซ้ำอีก ช่วงอายุที่มีโอกาสเป็นโรคอารมณ์แปรปรวน มาก ที่สุด คือ 15-25 ปี กลุ่มนี้จะเริ่มต้นด้วยอาการขยันผิดปกติ หรือที่เรียกว่า “ไฮเปอร์แอคทีฟ”ต่อมา บางช่วงของการเจ็บป่วยก็จะเปลี่ยนเป็นซึมเศร้า เป็นมากๆอาจถึงขั้นฆ่าตัวตาย 

          โรคนี้รักษาได้ ญาติควรนำผู้ป่วยส่งแพทย์โดยด่วน หากพบว่าอาการเริ่มเพิ่มชั้นความรุนแรง ปัจจุบัน มียาที่ใช้ปรับอารมณ์ให้คงที่ปกติ สามารถให้ผู้ป่วยดำเนินได้อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป และลดซึ่ง ความสูญเสียทางด้านหน้าที่การงาน และเงินทอง เวลาผู้ป่วยมีอาการ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความรุนแรง เป็นปัญหาสังคมได้ 



ที่มา www.kapook.com


วันอังคารที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ตัวย่อ ธนาคาร ตามตลาดหลักทรัพย์

ภาพประกอบไม่เกี่ยวกับเนื้อหา

ตัวย่อ ธนาคาร ตามตลาดหลักทรัพย์

BBL = Bangkok Bank Public Company Limited (ธ กรุงเทพ)

BAY = Bank of Ayudthaya (ธ กรุงศรีฯ)


KTB = Krung Thai Bank ( ธ กรุงไทย)


SCB = Siam Commercial Bank (ธ ไทยพาณิชย์)


SCIB = Siam City Bank (ธ นครหลวงไทย)


KBANK = Kasikorn Bank (เดิม TFB = Thai Farmer Bank ตั้งแต่สมัยผู้ก่อตั้ง แต่ปัจจุบันยุค Re-Engineering จึงไม่อยากให้ฝรั่งเห็นคำว่า Farmer ... แถม 'ซินแส' ยังบอกว่า โลโก้ ต้องมีเส้นน้ำอยู่ใต้รวงข้าว และต้องมีวงแดงๆหนาๆรอบด้วย ... ส่วนสิงห์โตคำรามขนาดยักษ์หน้าแบงค์ใหญ่สองตัว ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นช้างเพื่อเสริมราศีไปแล้ว ... คงไม่ถือสาถ้าผู้ถือหุ้นจะแซวบ้างนะครับ)


TMB = Thai Military Bank (ธ ทหารไทย)
UOB = United Overseas Bank (ธ ยูโอบี)

TISCO = Thai Investment and Securities Public Co (ธ ทิสโก้)


ACL = Asia Credit Public Company Limited (ธ สินเอเซีย)


BTB = BankThai Bank (ไทยธนาคาร - ตลาดหลักทรัพย์ใช้ตัวย่อว่า BT)

Kiatnakin = Kiatnakin Bank (ธ เกียรตินาคิน - ตลาดหลักทรัพย์ใช้ตัวย่อว่า KK)


SCNB = Standard Chartered Nakornthon Bank (ธ สแตนดาร์ดชาร์เตอร์ - ตลาดหลักทรัพย์ใช้ตัวย่อว่า SCBT = Standard Chartered Bank Thailand เพราะ ธ นครธน เจ๊งไปแล้ว)


TNC = Thanachart Bank (ธ ธนชาต - ตลาดหลักทรัพย์ใช้ตัวย่อว่า TBANK ... สะกดอักษรไทยว่า 'ชาต' เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทยไม่ต้องการให้ชาวบ้านเข้าใจผิดคิดว่าเป็นธนาคารอะไรที่เกี่ยวพันกับ 'ชาติ' หรือ รัฐ)


LHBANK = Land and House Bank (ธ แลนด์ แอนด์ เฮาส์ - ไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์)


GSB = Government Savings Bank (ธ ออมสิน - ไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์)


GHB = Government Housing Bank (ธ อาคารสงเคราะห์ - ไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์)


BAC = Bank for Agriculture and Agricultural Cooperatives (ธกส หรือ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร - ไม่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์   ชื่อย่ออย่างเป็นทางการคือ BAAC)